Sort by Product Catagories
- Bitumen/Asphalt Analysis
- Certificate Reference Material / Reference Material
- Chemical Analysis Equipment
- Coating Analyzer
- Lubricant & Grease Analysis
- Material Physical Testing
- Oil Physical Testing
- Petroleum & Petrochemical
- Process Online Analyzer
- Pulp Testing Instruments
- Sample Preparation
- Thermal Analysis Equipment
- Tribology Analysis
- Viscometers & Rheometers
Sort by Brands
- AC
- ACA
- AMC
- Applied Test System (ATS)
- Aro Scientific
- ASI Standard
- Cerulean
- Conidia
- Emcee
- Emco
- Emerson
- FP Innovation
- Frank PTI
- GBPI
- Gurley
- Hitachi
- KRK
- LGC
- Mat-Ing
- NETZSCH
- PAC
- PCS
- Phase Technology
- Pnshar
- PolyScience
- Precisepro
- PulMac
- Regmed
- RISE
- Scavini
- Servomex
- Spectro Scientific
- Sundy
- Thwing Albert
- Thermo Fisher
- Tobias
- USON
- Vived Management J&B
- Zematra
Viscometers & Rheometers
วิเคราะห์ค่าความหนืดและพฤติกรรมการไหลอย่างแม่นยำด้วย Viscometer & Rheometer ครอบคลุมตั้งแต่นวัตกรรมยอดนิยมอย่าง Rotational Viscometer สำหรับงานตรวจสอบและควบคุมคุณภาพ (QC) ไปจนถึงเครื่อง Rheometer ขั้นสูงสำหรับวิเคราะห์พฤติกรรมการไหลและการคืนตัวของสาร (Rheological Properties) ช่วยให้คุณตรวจวัดของเหลว สารเคมี อาหาร เครื่องสำอาง และผลิตภัณฑ์ปิโตรเคมีได้อย่างแม่นยำ รวดเร็ว สอดคล้องตามมาตรฐานระดับสากล เช่น ISO และ ASTM
เครื่องวัดความหนืด (Viscometer) และ Rheometer คืออะไร แตกต่างกันอย่างไร?
ในการควบคุมคุณภาพและการวิจัยทางวิทยาศาสตร์ เครื่องมือในกลุ่ม Viscometers & Rheometers ถูกออกแบบมาเพื่อวิเคราะห์สมบัติของของเหลวและสารกึ่งแข็งกึ่งเหลว โดยแบ่งออกเป็น 2 ประเภทหลักตามลักษณะการประยุกต์ใช้งานดังนี้:
-
Viscometer: เจาะจงไปที่การตรวจวัด “ค่าความหนืด” (Viscosity) หรือความต้านทานการไหลของของเหลวทั่วไป นวัตกรรมที่ได้รับความนิยมสูงสุดในห้องปฏิบัติการคือ Rotational Viscometer (เครื่องวัดความหนืดแบบหมุน) ซึ่งทำงานโดยการจุ่มแกนหมุน (Spindle) ลงในสารตัวอย่างแล้ววัดแรงบิด (Torque) เหมาะสำหรับงานควบคุมคุณภาพ (QC) ที่ต้องการความรวดเร็ว แม่นยำ และทำซ้ำได้ง่าย
-
Rheometer: เป็นเครื่องมือวิเคราะห์ขั้นสูงที่ขยายขีดความสามารถไปไกลกว่า เครื่องวัดความหนืด ทั่วไป โดยสามารถวัดพฤติกรรมการไหล การคืนตัว และความยืดหยุ่นของสาร (Viscoelasticity) เมื่ออยู่ภายใต้แรงเฉือนและอุณหภูมิในรูปแบบต่าง ๆ เหมาะสำหรับงานวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์ (R&D) ที่ต้องการศึกษาโครงสร้างโมเลกุลอันซับซ้อน เช่น เจล พอลิเมอร์ หรือครีมบำรุงผิว
แนวทางการเลือกซื้อ Viscometer และ Rheometer ให้ตอบโจทย์อุตสาหกรรม
การเลือกเครื่องมือวัดกลุ่มนี้ให้คุ้มค่าและตรงกับพารามิเตอร์ที่ต้องการทดสอบ ควรพิจารณาจากปัจจัยสำคัญเหล่านี้:
-
วัตถุประสงค์ของการวิเคราะห์: หากต้องการเช็กค่าความหนืดประจำวันในไลน์ผลิตเพื่อปล่อยผ่านสินค้า (Pass/Fail) การเลือกใช้ Rotational Viscometer ถือว่าเพียงพอและตอบโจทย์ได้เป็นอย่างดี แต่หากต้องการศึกษาวิจัยโครงสร้างพฤติกรรมไหลเมื่อสารเผชิญแรงบิดที่เปลี่ยนไป ควรเลือกเป็นระบบ Rheometer
-
ช่วงความหนืดของสารตัวอย่าง (Viscosity Range): ต้องเลือกสเปกของสปริงวัดแรงบิดให้เหมาะกับตระกูลสาร เช่น สารความหนืดต่ำ (ตระกูล LV เช่น น้ำมัน, น้ำนม), สารความหนืดปานกลาง (ตระกูล RV เช่น สี, แชมพู) หรือสารความหนืดสูงมาก (ตระกูล HA/HB เช่น เจล, ยางมะตอย)
-
ระบบควบคุมอุณหภูมิ (Temperature Control): เนื่องจากค่าความหนืดแปรผันตามอุณหภูมิอย่างรุนแรง การเลือกเครื่องที่รองรับการต่อพ่วงกับอ่างควบคุมอุณหภูมิ (Water Bath) หรือมีระบบเทอร์โมอิเล็กทริกควบคุมอุณหภูมิในตัว จึงเป็นสิ่งจำเป็นเพื่อให้ได้ผลการทดสอบที่น่าเชื่อถือ
-
ความยืดหยุ่นในการปรับค่าเฉือน: สำหรับของเหลวประเภท Non-Newtonian ที่ความหนืดเปลี่ยนไปตามแรงกระทำ ควรมองหา เครื่องวัดความหนืด ที่สามารถปรับเปลี่ยนความเร็วรอบ (RPM) ได้หลากหลาย เพื่อใช้วิเคราะห์ค่าความเค้นเฉือน (Shear Stress) และอัตราเฉือน (Shear Rate) ได้อย่างถูกต้อง
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ Viscometer & Rheometer (FAQ)
Q: ทำไม Rotational Viscometer (เครื่องวัดความหนืดแบบหมุน) ถึงเป็นโมเดลที่นิยมใช้มากที่สุด?
A: เพราะเป็นระบบที่มีความยืดหยุ่นสูง สามารถเปลี่ยนขนาดแกนหมุน (Spindle) และปรับความเร็วรอบเพื่อทดสอบสารที่มีพฤติกรรมการไหลซับซ้อนได้ดีกว่าเครื่องวัดระบบถ้วยไหล (Flow Cup) หรือท่อแก้ว อีกทั้งตัวเครื่องยังใช้งานง่าย ให้ผลลัพธ์ที่รวดเร็วทันต่อการควบคุมมาตรฐานในกระบวนการผลิต
Q: หากต้องการเปลี่ยนเครื่อง Viscometer เครื่องเดิมเป็นรุ่นใหม่ ผลลัพธ์จะยังเทียบเคียงกันได้ไหม?
A: ค่าความหนืดจะสามารถนำมาเปรียบเทียบกันได้อย่างแม่นยำก็ต่อเมื่อใช้ “เงื่อนไขเดียวกัน” ในการทดสอบอย่างเคร่งครัด ได้แก่ ใช้อุณหภูมิเดียวกัน, ใช้แกนหมุนเบอร์เดียวกัน, เลือกความเร็วรอบเท่ากัน และใช้เวลาในการหมุนที่เท่ากัน ดังนั้นเมื่อเปลี่ยนมาใช้ เครื่องวัดความหนืด เครื่องใหม่ ควรเซตค่าพารามิเตอร์เหล่านี้ให้ตรงกับมาตรฐานเดิมของห้องปฏิบัติการ
Q: มีข้อควรระวังในการดูแลรักษาเครื่องมือวัดความหนืดอย่างไรบ้าง?
A: หัวใจสำคัญคือต้องทำความสะอาดแกนหมุนทันทีหลังใช้งานเสร็จ เพื่อป้องกันไม่ให้สารตัวอย่างแห้งเกาะจนทำให้เสียสมดุลน้ำหนัก และข้อระวังที่สำคัญที่สุดคือ ห้ามกดหรือกระแทกบริเวณแกนต่อ (Coupling Nut) แรง ๆ เพราะอาจส่งผลให้ระบบสปริงวัดแรงบิดภายในเสียหายหรือคลาดเคลื่อนได้ โดยควรมีการสอบเทียบ (Calibration) ร่วมกับน้ำมันมาตรฐานเป็นประจำทุกปี