Sort by Product Catagories
- Bitumen/Asphalt Analysis
- Certificate Reference Material / Reference Material
- Chemical Analysis Equipment
- Coating Analyzer
- Lubricant & Grease Analysis
- Material Physical Testing
- Oil Physical Testing
- Petroleum & Petrochemical
- Process Online Analyzer
- Pulp Testing Instruments
- Sample Preparation
- Thermal Analysis Equipment
- Tribology Analysis
- Viscometers & Rheometers
Sort by Brands
- AC
- ACA
- AMC
- Applied Test System (ATS)
- Aro Scientific
- ASI Standard
- Cerulean
- Conidia
- Emcee
- Emco
- Emerson
- FP Innovation
- Frank PTI
- GBPI
- Gurley
- Hitachi
- KRK
- LGC
- Mat-Ing
- NETZSCH
- PAC
- PCS
- Phase Technology
- Pnshar
- PolyScience
- Precisepro
- PulMac
- Regmed
- RISE
- Scavini
- Servomex
- Spectro Scientific
- Sundy
- Thwing Albert
- Thermo Fisher
- Tobias
- USON
- Vived Management J&B
- Zematra
Elemental Analyzer
วิเคราะห์สัดส่วนธาตุเคมีอย่างแม่นยำด้วย Elemental Analyzer มาตรฐานโลก ประสิทธิภาพสูงสำหรับการตรวจสอบองค์ประกอบทางเคมีเชิงลึกของวัสดุอย่างแม่นยำและรวดเร็ว โดยมีผลิตภัณฑ์ระดับนวัตกรรมระดับโลกอย่าง ElemeNtS จาก Antek by PAC เครื่องทดสอบและวิเคราะห์หาค่าสารอินทรีย์รวม ทั้งซัลเฟอร์หรือกำมะถัน (Total Sulfur) และไนโตรเจน (Total Nitrogen) ครอบคลุมการทดสอบสารตัวอย่างทุกสถานะทั้งของเหลว ของแข็ง แก๊ส และก๊าซปิโตรเลียมเหลว (LPG) ตอบโจทย์มาตรฐานการควบคุมคุณภาพที่เข้มงวดที่สุดในอุตสาหกรรมโรงกลั่นน้ำมัน ปิโตรเคมี พลังงาน และเคมีภัณฑ์
เทคนิค Elemental Analysis และเครื่อง Elemental Analyzer คืออะไร?
Elemental Analyzer คือ เครื่องมือวัดและวิเคราะห์ทางวิทยาศาสตร์ที่ใช้ในการหาปริมาณและอัตราส่วนของธาตุเคมีที่เป็นองค์ประกอบหลัก (มักมุ่งเน้นกลุ่มธาตุอโลหะและก๊าซหลัก เช่น Carbon, Hydrogen, Nitrogen, Sulfur และ Oxygen หรือเรียกย่อว่า CHNSO) ที่ผสมอยู่ภายในวัสดุตัวอย่าง
หลักการทำงานที่เป็นมาตรฐานของเครื่องมือกลุ่มนี้คือการนำสารตัวอย่างเข้าสู่กระบวนการเผาไหม้อย่างสมบูรณ์ภายใต้อุณหภูมิสูงและก๊าซออกซิเจนบริสุทธิ์ (High-temperature Combustion) ทำให้ธาตุต่าง ๆ เปลี่ยนรูปเป็นก๊าซ เช่น CO2, H2O, SO2 และ NOx จากนั้นตัวเครื่องจะทำการตรวจวัดปริมาณก๊าซแต่ละชนิดด้วยระบบตรวจวัดสัญญาณขั้นสูง เช่น เทคนิค UV Fluorescence (UVF) สำหรับซัลเฟอร์ และเทคนิค Chemiluminescence (CLD) สำหรับไนโตรเจน ทำให้ผู้ปฏิบัติงานสามารถประเมินความบริสุทธิ์ ตลอดจนควบคุมปริมาณสารปนเปื้อนในผลิตภัณฑ์ได้อย่างแม่นยำระดับร่องรอย (Trace levels)
แนวทางการเลือกเครื่อง Elemental Analyzer ให้เหมาะกับหน้างาน
การเลือกโครงสร้างของเครื่องวิเคราะห์ธาตุให้คุ้มค่าและตอบโจทย์ลักษณะงานวิจัยหรือกระบวนการผลิต ควรพิจารณาจากหัวใจสำคัญเหล่านี้:
-
ประเภทของธาตุที่ต้องการตรวจสอบ (Target Elements): พิจารณาว่าจำเป็นต้องวัดผลแบบกลุ่มธาตุหลักพร้อมกัน (CHNS/O) หรือต้องการเจาะลึกเฉพาะกลุ่มสารปนเปื้อนที่มีกฎหมายควบคุมอย่างเข้มงวด เช่น เครื่องตรวจวิเคราะห์ Total Sulfur & Total Nitrogen Analyzer ในอุตสาหกรรมน้ำมันเชื้อเพลิงและก๊าซ
-
สถานะของสารตัวอย่าง (Sample States): ตรวจสอบว่าระบบป้อนตัวอย่างของเครื่อง (Inlet System) รองรับวัสดุในไลน์ผลิตของคุณหรือไม่ เครื่องระดับพรีเมียมส่วนใหญ่จะมีตัวเลือกที่ยืดหยุ่น เช่น ระบบ Boat Inlet ที่สามารถป้อนตัวอย่างได้ทั้งของเหลวข้นและของแข็ง รวมถึงสามารถเชื่อมต่ออุปกรณ์ควบคุมสภาวะแก๊สเพื่อวิเคราะห์กลุ่มแก๊ส LPG ได้ในเครื่องเดียว
-
ขีดความสามารถและขีดจำกัดในการตรวจวัด (Detection Limits): สำหรับงานที่ต้องตรวจสอบสารพิษปนเปื้อนหรือควบคุมไอเสีย ตัวเครื่องต้องมีระดับความไวสูง (Sensitivity) สามารถอ่านค่าความเข้มข้นในระดับต่ำมาก ๆ อย่างหน่วย ppb หรือ ppm ได้อย่างนิ่งและเสถียร
-
การรับรองตามมาตรฐานสากล (Global Standards): ตรวจสอบว่าเครื่องวิเคราะห์และคำนวณผลลัพธ์สอดคล้องตามข้อกำหนดของมาตรฐานสากลอุตสาหกรรมหรือไม่ เช่น มาตรฐาน ASTM และ ISO สำหรับการตรวจสอบผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียม เพื่อให้ผลการทดสอบจากห้องปฏิบัติการของคุณได้รับการยอมรับในระดับสากล
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ Elemental Analyzer (FAQ)
-
Q: ทำไมการควบคุมปริมาณซัลเฟอร์ (Sulfur) และไนโตรเจน (Nitrogen) ถึงสำคัญมากในอุตสาหกรรมเชื้อเพลิง?
-
A: เนื่องจากเมื่อนำเชื้อเพลิงฟอสซิลไปเผาไหม้ในเครื่องยนต์หรือโรงงานอุตสาหกรรม ธาตุซัลเฟอร์และไนโตรเจนที่ปนเปื้อนอยู่จะเปลี่ยนรูปกลายเป็นก๊าซซัลเฟอร์ไดออกไซด์ (SO2) และก๊าซออกไซด์ของไนโตรเจน (NOx) ซึ่งเป็นสาเหตุหลักของการเกิดฝนกรดและฝุ่นมลพิษทางอากาศ ด้วยเหตุนี้ กฎหมายทั่วโลกรวมถึงประเทศไทยจึงมีการบังคับใช้ข้อกำหนดที่เข้มงวดในการตรวจวัดปริมาณธาตุเหล่านี้ด้วยเครื่อง Elemental Analyzer ก่อนการจัดจำหน่าย
-
-
Q: เทคนิค UV Fluorescence (UVF) และ Chemiluminescence (CLD) แม่นยำแค่ไหน?
-
A: ทั้งสองเทคนิคถือเป็นวิธีมาตรฐานระดับสากล (Standard Test Methods) ที่ได้รับการยอมรับสูงสุดในอุตสาหกรรมปิโตรเคมี เนื่องจากมีความจำเพาะเจาะจงต่อธาตุสูงมาก (High Specificity) และมีสัญญาณรบกวนต่ำ ช่วยให้เครื่องวิเคราะห์สามารถรายงานผลได้อย่างรวดเร็ว แม่นยำ และทวนสอบซ้ำได้ดีแม้ตัวอย่างจะมีปริมาณธาตุเหล่านั้นอยู่เพียงเล็กน้อยก็ตาม
-
-
Q: เครื่องวิเคราะห์ธาตุต้องการการบำรุงรักษาในส่วนใดเป็นพิเศษเพื่อรักษาความแม่นยำ?
-
A: ระบบหลักที่ต้องดูแลคือความสมบูรณ์ของท่อเผาไหม้ (Combustion Tube) ที่ต้องเผชิญความร้อนสูงอย่างต่อเนื่อง รวมถึงตัวดักจับความชื้นและแผ่นกรองอนุญาตต่าง ๆ ป้องกันไม่ให้เศษเขม่าไปรบกวนระบบตรวจวัดสัญญาณ นอกจากนี้ควรทำทำการสอบเทียบระบบด้วยสารมาตรฐาน (Standard Calibration) เป็นประจำตามรอบเวลาเพื่อความน่าเชื่อถือของห้องแล็บ
-