Sharing :
Facebook
Twitter
Email

Capillary Rheometer

With the Rosand capillary rheometer, a sample is loaded into a cylindrical barrel that is pre-set at the required test temperature. A servo-drive controlled piston is then used to extrude the sample material through a cylindrical or rectangular slot die in place at the end of the barrel at a very controlled series of speeds (volumetric flow rate). The pressure drop across the die is continuously monitored and measured with a pressure transducer placed just above the die.

ประสบการณ์กว่า 47 ปี ที่ 200+ โรงงานไทยไว้วางใจ

Capillary Rheometer

– Floor Standing Capillary Rheometers for Research and Product Development
– Flexible measurement capabilities for materials under high pressure and high shear rate extrusion
– Double bore
– RH7 with 50 kN force, RH10 with 100 kN force
– Maximum temp. of 400 C (Option of 500 C available)

Rosand RH7 RH10

– Floor Standing Capillary Rheometers for Research and Product Development
– Flexible measurement capabilities for materials under high pressure and high shear rate extrusion
– Double bore
– RH7 with 50 kN force, RH10 with 100 kN force
– Maximum temp. of 400 C (Option of 500 C available)

Rosand RH7 RH10

Related Products

เครื่อง Capillary Rheometer คืออะไร?

Capillary Rheometer คือ เครื่องมือวัดทางวิทยาศาสตร์ขั้นสูงที่ใช้ในการศึกษาคุณสมบัติการไหลและความหนืดของวัสดุที่มีความหนืดสูงมาก เช่น พอลิเมอร์หลอมเหลว (Polymer Melts) สารเซรามิก หรือยาง ตัวเครื่องทำงานโดยการใช้ลูกสูบ (Piston) กดขับให้สารตัวอย่างที่ถูกหลอมเหลวด้วยความร้อนภายในกระบอก (Barrel) ไหลผ่านรูแคบมาตรฐาน (Capillary Die) ที่ทราบขนาดแน่นอน ระบบจะทำการตรวจวัดแรงดัน (Pressure) และอัตราการเคลื่อนที่ของลูกสูบ เพื่อนำมาคำนวณหาความสัมพันธ์ระหว่างความเค้นเฉือน (Shear Stress) และอัตราเฉือน (Shear Rate) ออกมาเป็นกราฟพฤติกรรมการไหล ซึ่งเป็นข้อมูลสำคัญที่เครื่องวัดความหนืดทั่วไป (Viscometer) ไม่สามารถทำได้เนื่องจากมีข้อจำกัดด้านแรงเฉือนต่ำ

การเลือกเครื่อง Capillary Rheometer ให้เหมาะกับงานวิจัยและอุตสาหกรรม

การเลือกสเปกของเครื่องทดสอบ Capillary Rheometer ให้ครอบคลุมการทดสอบพอลิเมอร์ ควรพิจารณาจากปัจจัยหลักดังต่อไปนี้:

  • ขอบเขตของอัตราเฉือน (Shear Rate Range): ควรเลือกเครื่องที่มีช่วงการทดสอบกว้างและสามารถทำอัตราเฉือนได้สูง (เช่น ตั้งแต่ 0.1 ไปจนถึง $10^6$ $s^{-1}$) เพื่อให้สามารถจำลองสภาวะที่ใกล้เคียงกับกระบวนการแปรรูปพลาสติกจริงในโรงงานอุตสาหกรรมได้ครบทุกรูปแบบ

  • จำนวนกระบอกทดสอบ (Single or Dual Barrel):

    • Single Barrel (กระบอกเดี่ยว): เหมาะสำหรับงานทดสอบทั่วไปหรืองานรูทีนในแล็บควบคุมคุณภาพ

    • Dual Barrel (กระบอกคู่): เหมาะสำหรับงานวิจัยและพัฒนา (R&D) ขั้นสูง เพราะสามารถทดสอบหาค่าความหนืดและคำนวณค่าชดเชยแรงดันที่ปลายรูแคบ (Bagley Correction) ได้พร้อมกันในการกดเพียงครั้งเดียว ช่วยประหยัดเวลาและเพิ่มความแม่นยำ

  • ความทนทานต่อแรงกดและอุณหภูมิ (Max Force & Temperature): พิจารณาประเภทของพลาสติกหรือวิศวกรรมพอลิเมอร์ที่ต้องการทดสอบ ตัวเครื่องและโหลดเซลล์ต้องรองรับแรงกดที่สูงพอ (เช่น 20 kN ถึง 50 kN) และระบบทำความร้อนในกระบอกต้องควบคุมอุณหภูมิได้สูงและนิ่ง (มักรองรับสูงถึง 400°C หรือ 500°C)

  • อุปกรณ์เสริมสำหรับพฤติกรรมเฉพาะ (Optional Accessories): ตรวจสอบว่าเครื่องสามารถต่อพ่วงอุปกรณ์เสริมอื่น ๆ ได้หรือไม่ เช่น ชุดวัดแรงดึงของสายน้ำยาหลอมเหลว (Melt Strength), ชุดวัดการบวมตัวของหน้าตัด (Die Swell Measurement) หรือชุดทดสอบฟิล์ม เพื่อเพิ่มความหลากหลายในการวิเคราะห์สมบัติเชิงลึก

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ Capillary Rheometer (FAQ)

  • Q: เครื่อง Capillary Rheometer แตกต่างจากเครื่องวัดดัชนีการไหล Melt Flow Indexer (MFI) อย่างไร?

    • A: แม้จะใช้หลักการกดสารผ่านรูแคบเหมือนกัน แต่เครื่อง MFI จะใช้ตุ้มน้ำหนักคงที่กดสารลงมา ทำให้วัดค่าพฤติกรรมได้เพียง “จุดเดียว” ที่อัตราเฉือนต่ำ ๆ (Low Shear) เหมาะสำหรับการตรวจเช็กวัสดุเบื้องต้น (Pass/Fail) แต่ Capillary Rheometer ขับเคลื่อนด้วยระบบมอเตอร์ความเร็วสูง สามารถปรับเปลี่ยนและไล่ระดับอัตราเฉือนได้เป็นพันเท่าในหลอดเดียว ทำให้เห็นพฤติกรรมการไหลในสภาวะเสมือนจริงของเครื่องจักรแปรรูปพลาสติกได้อย่างลึกซึ้ง

  • Q: ทำไมการวิเคราะห์ด้วยเทคนิค Bagley Correction ถึงมีความสำคัญในการใช้เครื่องนี้?

    • A: เนื่องจากเมื่อพอลิเมอร์หลอมเหลวถูกกดวิ่งจากกระบอกใหญ่ผ่านเข้าไปในรูแคบ (Die Entry) จะเกิดความดันสูญเสีย (Pressure Drop) จากความเค้นที่ทางเข้า ซึ่งไม่ใช่ความหนืดที่เกิดภายในรูแคบจริง ๆ การทำ Bagley Correction (โดยใช้รูแคบที่มีความยาวต่างกัน 2 ค่า) จะช่วยตัดค่าความดันสูญเสียส่วนนี้ออกไป ทำให้เราได้ค่าความหนืดที่แท้จริง (True Viscosity) ของเนื้อวัสดุ

  • Q: มาตรฐานสากลใดบ้างที่ควบคุมการทดสอบด้วยเครื่อง Capillary Rheometer?

    • A: มาตรฐานหลักที่ทั่วโลกยอมรับและใช้ในการอ้างอิงสเปกเครื่องและการทดสอบคือ ASTM D3835 (Standard Test Method for Determination of Properties of Polymeric Materials by Means of a Capillary Rheometer) และ ISO 11443 (Plastics – Determination of the fluidity of plastics using capillary and slit-die rheometers) ซึ่งเครื่องมือของ Chemihouse ได้รับการออกแบบให้คำนวณผลลัพธ์สอดคล้องตามเกณฑ์เหล่านี้โดยอัตโนมัติ

Scroll to Top

ดาวน์โหลดโบรชัวร์ผลิตภัณฑ์

กรอกอีเมลเพื่อเข้าถึงโบรชัวร์และข้อมูลทางเทคนิคฉบับเต็ม

ข้อมูลของคุณจะถูกใช้เพื่อการติดต่อเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์และบริการที่เกี่ยวข้องเท่านั้น

Quotation

CH logo (original) ,Testing Equipment, เครื่องมือวัด,Chemical House

quotation

    [country_auto* country]

    โทร Line Email
    ติดต่อเรา