- AC
- ACA
- AMC
- Applied Test System
- Aro Scientific
- ASI Standard
- Cerulean
- Conidia
- Emcee
- Emco
- PAC
- PCS
- Phase Technology by PAC
- Pnshar
- PolyScience
- PulMac
- Regmed
- RISE
- Scavini
- Spectro Scientific
- Sundy
- Thwing Albert
- Tobias
- USON
- Vived Management JB
- Zematra
FTIR Fuel Analyzer
OptiFuel is a FTIR analyzer that comes in a rugged, yet elegant, design with a friendly user interface, which makes it ideal for refineries, pipelines, terminals and mobile labs for quick fuel testing.
Driven by this high-performance FTIR Spectrometer technology, OptiFuel’s handle and small foot print provides the perfect mobility for any remote field requirements.
-
Specification
-
Standard
-
Model
– OptiFuel combines the best of our GS PPA, TD PPA and QuickSpec capabilities into one analyzer and adds the latest FTIR technology.
– 10-year optics warranty on the full range, laser-referenced Michelson interferometer
– 5-year warranty on the IR light source
– ATR Single Flow Cell Measure multiple parameters at once
– Modern temperature-controlled laser referenced Michelson interferometer
– Humidity and vibration resistant ZnSe mirrors, beam splitters and non-moving sample cell
– On-system, one-button-push model update with regional samples
–One-step, rapid calibration transfer and cloning
Compliance: D6277, D7371, D5845, D7777, EN 238, IP 559, DEF STAN 91-091
Correlation: : D1319, D1322, D1840, D2386, D2699, D2700, D323, D3828, D3948, D4053, D4737A, D445, D4815, D5191, D56, D613, D6371, D6378, D6379, D6839, D7153, D7806, D86, D976, EN 116, EN 14078, EN ISO 13016, ISO 22854 , ISO 3104, ISO 3405, ISO 4264, ISO 5163, ISO 5164, ISO 5165, SGS M2533
Specs: D1655, D4806, D4814, D975, EN 228, EN 590
OptiFuel
-
Specification
-
Standard
-
Model
– OptiFuel combines the best of our GS PPA, TD PPA and QuickSpec capabilities into one analyzer and adds the latest FTIR technology.
– 10-year optics warranty on the full range, laser-referenced Michelson interferometer
– 5-year warranty on the IR light source
– ATR Single Flow Cell Measure multiple parameters at once
– Modern temperature-controlled laser referenced Michelson interferometer
– Humidity and vibration resistant ZnSe mirrors, beam splitters and non-moving sample cell
– On-system, one-button-push model update with regional samples
–One-step, rapid calibration transfer and cloning
Compliance: D6277, D7371, D5845, D7777, EN 238, IP 559, DEF STAN 91-091
Correlation: : D1319, D1322, D1840, D2386, D2699, D2700, D323, D3828, D3948, D4053, D4737A, D445, D4815, D5191, D56, D613, D6371, D6378, D6379, D6839, D7153, D7806, D86, D976, EN 116, EN 14078, EN ISO 13016, ISO 22854 , ISO 3104, ISO 3405, ISO 4264, ISO 5163, ISO 5164, ISO 5165, SGS M2533
Specs: D1655, D4806, D4814, D975, EN 228, EN 590
OptiFuel
Related Products
FTIR Spectrometer คืออะไร? มีหลักการทำงานอย่างไร?
FTIR Spectrometer คือ เครื่องมือวิทยาศาสตร์ขั้นสูงที่ใช้เทคนิคสเปกโทรสโกปีในช่วงรังสีอินฟราเรดสายกลาง (Mid-Infrared) ร่วมกับการคำนวณทางคณิตศาสตร์แบบฟูเรียร์ทรานส์ฟอร์ม (Fourier Transform) เพื่อตรวจสอบ “ลายนิ้วมือทางเคมี” (Chemical Fingerprint) ของวัสดุตัวอย่าง
หลักการทำงานคือ ตัวเครื่องจะฉายรังสีอินฟราเรดผ่านระบบอินเตอร์เฟอโรมิเตอร์ (Interferometer) ไปยังสารตัวอย่าง พันธะเคมีภายในโมเลกุลของสาร (เช่น C-H, O-H, C=O) จะดูดกลืนพลังงานแสงอินฟราเรดในความถี่ที่จำเพาะเจาะจงและเกิดการสั่นสะเทือน (Vibration) จากนั้นระบบตรวจวัดสัญญาณ (Detector) จะบันทึกแสงที่เหลือรอดออกมาแล้วแปลงข้อมูลสเปกตรัมอินฟราเรดออกมาเป็นกราฟ (FTIR Spectrum) ทำให้ผู้ใช้งานสามารถระบุได้ทันทีว่าสารตัวอย่างนั้นคืออะไร มีสิ่งเจือปนหรือไม่ หรือมีโครงสร้างทางเคมีแบบใด
การเลือกเครื่อง FTIR Spectrometer ให้เหมาะกับการประยุกต์ใช้งาน
การเลือกสเปกของเครื่องสเปกโทรมิเตอร์อินฟราเรดให้คุ้มค่าและตรงกับรูปแบบการทำงาน ควรพิจารณาจากปัจจัยหลักดังนี้:
-
รูปแบบการวัดและอุปกรณ์เสริม (Sampling Accessories): เทคนิคดั้งเดิมอาจต้องนำตัวอย่างมาบดผสมกับสารเคมี (เช่น KBr Pellet) แต่ปัจจุบันเครื่อง FTIR Spectrometer มักนิยมใช้งานร่วมกับหัววัดเทคนิค ATR (Attenuated Total Reflection) ซึ่งช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถนำตัวอย่างที่เป็นของแข็ง ของเหลว หรือเจล วางบนหน้าสัมผัสแล้วกดวัดผลได้ทันทีโดยไม่ต้องเตรียมตัวอย่าง
-
ขีดความสามารถการแยกแยะสัญญาณ (Spectral Resolution): สำหรับงานวิจัยขั้นสูงหรือการแยกแยะก๊าซที่มีโมเลกุลใกล้เคียงกัน ควรเลือกเครื่องที่มีค่า Resolution ต่ำ (ความละเอียดสูง เช่น 0.5 $cm^{-1}$ หรือน้อยกว่า) เพื่อการจำแนกพีคของกราฟที่ชัดเจน แต่สำหรับงานตรวจสอบคุณภาพ (QC) ทั่วไป ความละเอียดระดับ 4 $cm^{-1}$ ก็เพียงพอต่อการประมวลผล
-
ความเฉพาะทางของซอฟต์แวร์และแอปพลิเคชัน: หากหน้างานของคุณเป็นอุตสาหกรรมเฉพาะทาง เช่น คลังน้ำมันหรือโรงกลั่น การเลือกเครื่องระบบปิดที่ออกแบบมาเพื่อวิเคราะห์น้ำมันโดยเฉพาะอย่าง OptiFuel ซึ่งเป็น FTIR analyzer จะตอบโจทย์มากกว่า เพราะซอฟต์แวร์จะแปลงกราฟสเปกตรัมออกมาเป็นค่าทางวิศวกรรม (เช่น ค่าออกเทน หรือ ปริมาณเบนซีน) ให้พร้อมใช้งานได้ทันทีในปุ่มเดียว
-
ความทนทานต่อสภาพแวดล้อม: ระบบอินเตอร์เฟอโรมิเตอร์ภายในเครื่องไวต่อความชื้นมาก ควรมองหาเครื่องที่มีระบบซีลป้องกันความชื้นและฝุ่นละอองอย่างแน่นหนา หรือเลือกใช้วัสดุออปติกที่ทนต่อความชื้นสูง (เช่น ZnSe แทน KBr) หากต้องนำเครื่องไปใช้งานในสภาวะภาคสนามหรือ Mobile Lab
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับเครื่อง FTIR Spectrometer (FAQ)
Q: เครื่อง FTIR Spectrometer สามารถวิเคราะห์สารประเภทใดได้ดีที่สุด?
A: เครื่องมือนี้ตอบโจทย์และมีประสิทธิภาพสูงสุดในการวิเคราะห์ “สารอินทรีย์” (Organic Compounds) และสารประกอบพอลิเมอร์ทุกประเภท เช่น พลาสติก, ยาง, กาว, ยารักษาโรค, สารเคมีภัณฑ์, น้ำมันปิโตรเลียม ตลอดจนสารเติมแต่งในอาหาร แต่จะไม่เหมาะกับการวิเคราะห์สารอนินทรีย์บริสุทธิ์หรือโลหะเปล่า (Pure Metals) เนื่องจากพันธะของโลหะไม่ดูดกลืนรังสีอินฟราเรด
Q: เทคนิค ATR (Attenuated Total Reflection) ดีกว่าวิธีดั้งเดิมอย่างไร?
A: เทคนิค ATR ช่วยเพิ่มความสะดวกรวดเร็วอย่างมหาศาล เพราะ “ไม่ต้องเตรียมตัวอย่างเลย (No Sample Preparation)” ไม่ต้องเสียเวลาบดเป็นผงหรืออัดเม็ดลูกแก้วเหมือนในอดีต เพียงแค่วางตัวอย่างลงบนคริสตัล (เช่น Diamond หรือ ZnSe) ของหัววัด ATR แล้วกดสแกนผ่านระบบ FTIR Spectrometer ก็จะรู้ผลวิเคราะห์ได้ภายในเวลาไม่ถึงนาที และทำความสะอาดหัววัดได้ง่ายมาก
Q: สามารถใช้ FTIR ตรวจหาและระบุปริมาณสาร (Quantitative Analysis) ได้ไหม หรือตรวจได้แค่ประเภทสาร?
A: สามารถทำได้ทั้งสองแบบครับ นอกเหนือจากการตรวจเพื่อระบุชนิดของสาร (Qualitative) แล้ว หากตัวเครื่องทำงานร่วมกับซอฟต์แวร์ที่มีฟังก์ชันการคำนวณขั้นสูง (เช่น Chemometrics หรือโหมด PLS) ระบบจะสามารถคำนวณความเข้มข้นของสารประกอบอินทรีย์แต่ละตัวออกมาเป็นตัวเลขหรือเปอร์เซ็นต์ได้อย่างแม่นยำ ดังที่เห็นได้ในเครื่องวิเคราะห์น้ำมันระบบ FTIR เฉพาะทางนั่นเอง



