จากกระแสข่าวเกี่ยวกับคุณภาพเหล็กก่อสร้างและการตรวจสอบโรงงานผลิตเหล็กที่ได้รับความสนใจมากขึ้น ทำให้ผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมเหล็ก โรงหล่อ และโรงงานแปรรูปโลหะต้องกลับมาให้ความสำคัญกับการควบคุมคุณภาพตั้งแต่ต้นทาง
การตรวจสอบเฉพาะขนาด น้ำหนัก หรือลักษณะภายนอกของเหล็กอาจไม่เพียงพออีกต่อไป เพราะส่วนประกอบทางเคมีภายในเนื้อโลหะเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่เกี่ยวข้องกับคุณสมบัติของวัสดุ ความสม่ำเสมอของกระบวนการผลิต และความสามารถในการผลิตสินค้าให้ตรงตามข้อกำหนด
โดยเฉพาะโรงงานที่ผลิตเหล็กเส้นเสริมคอนกรีตตาม มอก. 20-2559 และ มอก. 24-2559 การตรวจวิเคราะห์ธาตุในโลหะอย่างแม่นยำจึงเป็นขั้นตอนสำคัญของระบบควบคุมคุณภาพ
ทำไมการตรวจวิเคราะห์ Boron ในเหล็กจึงได้รับความสนใจ
Boron หรือโบรอน เป็นธาตุที่แม้จะมีอยู่ในเหล็กเพียงปริมาณเล็กน้อย แต่สามารถส่งผลต่อคุณสมบัติของวัสดุได้ จึงเป็นธาตุที่ต้องได้รับการตรวจสอบอย่างระมัดระวังในกระบวนการผลิตเหล็กบางประเภท
ภาคผนวกของมาตรฐาน มอก. 20-2559 และ มอก. 24-2559 ระบุเกณฑ์ของเหล็กกล้าเจือว่า หากมีปริมาณ Boron ตั้งแต่ร้อยละ 0.0008 โดยมวลขึ้นไป จะเข้าข่ายตามเกณฑ์ดังกล่าว
ร้อยละ 0.0008 เทียบเท่ากับประมาณ 8 ppm
นั่นหมายความว่า เครื่องมือที่นำมาใช้ตรวจสอบต้องสามารถแยกความแตกต่างของปริมาณ Boron ในช่วงระดับต่ำใกล้ 8 ppm ได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพราะความคลาดเคลื่อนเพียงไม่กี่ ppm อาจทำให้การแปลผลหรือการจำแนกวัสดุแตกต่างกัน
ผลวิเคราะห์จากเครื่องในโรงงานไม่ตรงกับห้องปฏิบัติการ เกิดจากอะไร
หนึ่งในปัญหาที่โรงงานผลิตเหล็กและโรงหล่ออาจพบคือ ผลวิเคราะห์ส่วนประกอบทางเคมีจากเครื่องมือภายในโรงงานไม่ตรงกับผลที่ได้รับจากห้องปฏิบัติการภายนอก
ตัวอย่างเช่น
- โรงงานตรวจวิเคราะห์ Boron แล้วพบว่าค่าอยู่ต่ำกว่าเกณฑ์ที่ต้องเฝ้าระวัง
- แต่เมื่อส่งตัวอย่างเดียวกันไปตรวจสอบกับห้องปฏิบัติการ ผลกลับมีความแตกต่าง
- เมื่อตรวจซ้ำหลายครั้ง ค่าที่ได้จากเครื่องภายในโรงงานแตกต่างกันอย่างมาก
ผลวิเคราะห์ที่คลาดเคลื่อนส่งผลต่อโรงงานอย่างไร
สำหรับงานควบคุมคุณภาพโลหะ ความแตกต่างเพียงไม่กี่ ppm อาจสร้างผลกระทบต่อกระบวนการผลิตและธุรกิจได้มากกว่าที่คาดไว้ เช่น
- ความเชื่อมั่นของลูกค้าลดลง
- สินค้าไม่ผ่านขั้นตอนการตรวจรับ
- ต้องส่งตัวอย่างกลับไปตรวจวิเคราะห์ซ้ำ
- กระบวนการผลิตหยุดชะงักเพื่อรอผลตรวจ
- ต้องปรับส่วนผสมหรือผลิตสินค้าใหม่
- ต้นทุนวัตถุดิบ พลังงาน และแรงงานเพิ่มขึ้น
การมีเครื่องวิเคราะห์ที่เหมาะสมจึงไม่ได้ช่วยเพียงให้ทราบส่วนประกอบของโลหะ แต่ยังช่วยลดความเสี่ยงและเพิ่มประสิทธิภาพให้กับระบบควบคุมคุณภาพโดยรวม OE750 Optical Emission Spectrometer จึงตอบโจทย์สำหรับการวิเคราะห์ส่วนประกอบทางเคมีของโลหะ โดยใช้เทคนิค Spark Optical Emission Spectrometry หรือ Spark OES เหมาะสำหรับงานที่ต้องควบคุม Boron ในเหล็กระดับต่ำ รวมถึงการตรวจสอบธาตุตกค้างที่อาจปะปนมากับเศษเหล็กหรือวัตถุดิบรีไซเคิล
ทีมงาน Chemical House & Lab Instrument พร้อมให้คำปรึกษาเกี่ยวกับการวิเคราะห์ส่วนประกอบทางเคมีของโลหะและแนะนำเครื่องมือที่เหมาะสมกับวัตถุดิบ ผลิตภัณฑ์ และกระบวนการผลิตของแต่ละโรงงาน
สอบถามข้อมูลหรือขอทดลองวิเคราะห์ตัวอย่าง
โทร: 02-184-4000
E-mail: info@chemihouse.com
Line Official Account: @chemihouse_th

