การกลั่นคือเทคนิคสำคัญในการแยกของเหลวตามจุดเดือด ใช้ความร้อนทำให้สารที่เดือดต่ำระเหยก่อน แล้วควบแน่นกลับมาเป็นของเหลว เพื่อแยกและวิเคราะห์องค์ประกอบได้อย่างแม่นยำ
เครื่องกลั่นแบบ Atmospheric Distillation เป็นอุปกรณ์ที่ทำงานภายใต้ความดันบรรยากาศปกติ ใช้ประเมินช่วงการเดือดและคุณภาพของของเหลว เช่น เชื้อเพลิง ตัวทำละลาย และผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียม ช่วยให้ควบคุมคุณภาพและเปรียบเทียบมาตรฐานได้อย่างมีประสิทธิภาพ
Atmospheric Distillation คืออะไร
Atmospheric Distillation คือ กระบวนการกลั่นของเหลวภายใต้ความดันบรรยากาศปกติ โดยให้ความร้อนกับตัวอย่างจนสารภายในเริ่มระเหยกลายเป็นไอ จากนั้นไอจะถูกส่งผ่านไปยังส่วนควบแน่น เพื่อเปลี่ยนกลับมาเป็นของเหลวและเก็บเป็นส่วนกลั่น
หลักการสำคัญของวิธีนี้คือการดูว่าสารหรือองค์ประกอบต่าง ๆ ในตัวอย่างระเหยออกมาที่อุณหภูมิใด ข้อมูลที่ได้จึงช่วยบอกช่วงการเดือด พฤติกรรมการระเหย และความสม่ำเสมอของคุณภาพของเหลว เหมาะสำหรับการวิเคราะห์เชื้อเพลิง ตัวทำละลาย น้ำมันเบา และผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมบางประเภท
เครื่องกลั่นแบบ Atmospheric Distillation ทำงานอย่างไร
เครื่องกลั่นแบบ Atmospheric Distillation ทำงานโดยให้ความร้อนกับตัวอย่างของเหลว แล้วแยกสารออกมาตามช่วงจุดเดือดขององค์ประกอบแต่ละส่วน จากนั้นจึงควบแน่นไอให้กลับมาเป็นของเหลว และบันทึกข้อมูลเพื่อนำไปวิเคราะห์คุณภาพของตัวอย่าง
1. การให้ความร้อนกับตัวอย่าง
เริ่มจากนำตัวอย่างของเหลวใส่ในขวดกลั่น จากนั้นเครื่องจะให้ความร้อนอย่างควบคุม เพื่อให้อุณหภูมิเพิ่มขึ้นอย่างเหมาะสม สารที่มีจุดเดือดต่ำจะเริ่มระเหยออกมาก่อน ส่วนสารที่มีจุดเดือดสูงกว่าจะระเหยตามมาเมื่ออุณหภูมิสูงขึ้น
2. การระเหยขององค์ประกอบในตัวอย่าง
ในตัวอย่างที่เป็นสารผสม เช่น เชื้อเพลิง ตัวทำละลาย หรือน้ำมันปิโตรเลียม มักมีองค์ประกอบหลายชนิดที่มีช่วงจุดเดือดต่างกัน เมื่ออุณหภูมิเพิ่มขึ้น องค์ประกอบเหล่านี้จะค่อย ๆ ระเหยออกมาตามลำดับ ทำให้สามารถประเมินพฤติกรรมการระเหยของตัวอย่างได้
การสังเกตลักษณะการระเหย เช่น อุณหภูมิที่เริ่มมีไอเกิดขึ้น หรืออัตราการเกิดไอ จะช่วยให้เข้าใจพฤติกรรมของตัวอย่าง และสามารถนำไปใช้ประเมินคุณสมบัติ เช่น ความระเหยง่าย หรือความเหมาะสมในการใช้งาน
3. การควบแน่นของไอ
ไอที่เกิดจากการระเหยจะเคลื่อนที่ผ่านท่อไปยังคอนเดนเซอร์ ซึ่งเป็นส่วนที่ทำหน้าที่ลดอุณหภูมิของไอโดยใช้ระบบหล่อเย็น เช่น น้ำหล่อเย็นที่ไหลผ่านท่อ เมื่อไอสัมผัสกับพื้นผิวที่เย็นลง จะสูญเสียพลังงานความร้อนและเปลี่ยนสถานะกลับมาเป็นของเหลว กระบวนการนี้เรียกว่าการควบแน่น การออกแบบคอนเดนเซอร์ให้มีประสิทธิภาพสูงจะช่วยให้สามารถควบแน่นไอได้อย่างสมบูรณ์
4. การเก็บส่วนกลั่นและบันทึกอุณหภูมิ
ของเหลวที่ควบแน่นแล้วจะไหลเข้าสู่ภาชนะรับส่วนกลั่น ระหว่างการทดสอบจะมีการบันทึกอุณหภูมิและปริมาตรของของเหลวที่กลั่นออกมาในแต่ละช่วง ข้อมูลนี้ช่วยให้เห็นว่าตัวอย่างเริ่มระเหยเมื่อใด และมีองค์ประกอบใดกลั่นออกมาในช่วงอุณหภูมิใดบ้าง
5. การแสดงผลและวิเคราะห์ Distillation Curve
เครื่องกลั่นรุ่นใหม่มักสามารถแสดงผลเป็นกราฟ Distillation Curve หรือกราฟความสัมพันธ์ระหว่างอุณหภูมิกับปริมาตรที่กลั่นออกมา เช่น จุดเริ่มเดือด ช่วง 10%, 50%, 90% และจุดสิ้นสุดการกลั่น ข้อมูลเหล่านี้ช่วยประเมินคุณภาพ ความสม่ำเสมอ และความเหมาะสมของตัวอย่างสำหรับการใช้งานหรือการตรวจสอบตามมาตรฐาน
แนะนำ เครื่องกลั่นแบบ Atmospheric Distillation จาก Chemical House & Lab Instrument:
ค่าที่ได้จากการทดสอบ Atmospheric Distillation บอกอะไรได้บ้าง
ผลจากการทดสอบ Atmospheric Distillation ไม่ได้บอกเพียงว่า “ของเหลวเดือดที่อุณหภูมิเท่าไร” แต่ช่วยให้เห็นพฤติกรรมการระเหยของตัวอย่างในแต่ละช่วงอุณหภูมิ ซึ่งเป็นข้อมูลสำคัญในการประเมินคุณภาพ ความสม่ำเสมอ และองค์ประกอบของผลิตภัณฑ์ เช่น เชื้อเพลิง ตัวทำละลาย และผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียม
- Initial Boiling Point (IBP) อุณหภูมิช่วงแรกที่ตัวอย่างเริ่มกลั่นออกมา ช่วยบอกปริมาณองค์ประกอบที่ระเหยง่ายหรือสารเบาในตัวอย่าง
- Distillation Range ช่วงอุณหภูมิที่ตัวอย่างกลั่นออกมาในแต่ละเปอร์เซ็นต์ เช่น 10%, 50% หรือ 90% ใช้ประเมินความสม่ำเสมอขององค์ประกอบและคุณสมบัติการระเหย
- Final Boiling Point หรือ End Point อุณหภูมิช่วงท้ายของการกลั่น ช่วยบอกองค์ประกอบที่มีจุดเดือดสูงหรือสารหนักที่เหลืออยู่ในตัวอย่าง
- Recovery, Residue และ Loss ปริมาณส่วนกลั่นที่ได้ Residue คือส่วนที่เหลือในขวดกลั่น และ Loss คือส่วนที่สูญเสียไประหว่างการทดสอบ ข้อมูลเหล่านี้ช่วยประเมินความสมบูรณ์และความน่าเชื่อถือของผลทดสอบ
- Distillation Curve กราฟที่แสดงความสัมพันธ์ระหว่างอุณหภูมิและปริมาตรกลั่น ช่วยให้เห็นพฤติกรรมการระเหยของตัวอย่างทั้งระบบ ไม่ใช่ดูเพียงจุดเดือดเดียว
Atmospheric Distillation ใช้ทดสอบอะไรได้บ้าง
การทดสอบ Atmospheric Distillation เหมาะกับตัวอย่างของเหลวที่ต้องการประเมินช่วงจุดเดือดและพฤติกรรมการระเหย โดยเฉพาะกลุ่มผลิตภัณฑ์ที่คุณภาพเกี่ยวข้องกับการระเหย การจุดติด การเผาไหม้ หรือความสม่ำเสมอขององค์ประกอบทางเคมี
- ผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียม
Atmospheric Distillation นิยมใช้ประเมินช่วงจุดเดือดของผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียม เช่น แนฟทา เคโรซีน ดีเซล น้ำมันเชื้อเพลิงบางประเภท และน้ำมันกลั่นเบา การทดสอบช่วยให้เห็นว่าส่วนประกอบต่าง ๆ ของผลิตภัณฑ์ระเหยออกมาในช่วงอุณหภูมิใด และมีองค์ประกอบเบาหรือหนักอยู่ในสัดส่วนที่เหมาะสมหรือไม่
ข้อมูลเหล่านี้มีความสำคัญต่อการควบคุมคุณภาพ การเปรียบเทียบผลิตภัณฑ์แต่ละล็อต และการตรวจสอบให้สอดคล้องกับมาตรฐานที่กำหนดในอุตสาหกรรมปิโตรเลียม
- เชื้อเพลิงเหลว
สำหรับเชื้อเพลิงเหลว การทดสอบ Atmospheric Distillation ช่วยประเมินคุณสมบัติการระเหย ซึ่งมีผลต่อการจุดติด การเผาไหม้ ประสิทธิภาพการใช้งาน และความปลอดภัยในการจัดเก็บหรือขนส่ง
หากเชื้อเพลิงมีองค์ประกอบที่ระเหยง่ายมากเกินไป อาจส่งผลต่อความปลอดภัยและการสูญเสียระหว่างการใช้งาน ในขณะที่องค์ประกอบที่มีจุดเดือดสูงมากเกินไปอาจส่งผลต่อการเผาไหม้หรือการเกิดสารตกค้าง ดังนั้นค่าที่ได้จากการกลั่นจึงช่วยให้ควบคุมคุณภาพเชื้อเพลิงได้แม่นยำขึ้น
- ตัวทำละลายและสารเคมีอุตสาหกรรม
Atmospheric Distillation ยังใช้กับตัวทำละลายและสารเคมีอุตสาหกรรมที่ต้องควบคุมคุณภาพในกระบวนการผลิต โดยช่วยตรวจสอบช่วงการเดือด ความสม่ำเสมอของตัวอย่าง และใช้ประเมินความบริสุทธิ์เบื้องต้นได้
หากช่วงการเดือดของตัวทำละลายเปลี่ยนไปจากค่าที่ควรเป็น อาจสะท้อนถึงการปนเปื้อน การเปลี่ยนแปลงขององค์ประกอบ หรือความไม่สม่ำเสมอของวัตถุดิบ ซึ่งอาจกระทบต่อคุณภาพของกระบวนการผลิตและผลิตภัณฑ์ปลายทาง
- งานวิจัยและพัฒนาสูตรผลิตภัณฑ์
ในงานวิจัยและพัฒนา นักวิจัยสามารถใช้ข้อมูลจากการกลั่นเพื่อเปรียบเทียบสูตร วัตถุดิบ หรือกระบวนการผลิตที่แตกต่างกัน ว่ามีผลต่อพฤติกรรมการระเหยของตัวอย่างอย่างไร
ข้อมูลอย่าง IBP, Distillation Range, End Point และ Distillation Curve ช่วยให้เห็นภาพรวมขององค์ประกอบในตัวอย่างได้ชัดเจนขึ้น จึงเป็นประโยชน์ต่อการปรับสูตรผลิตภัณฑ์ การคัดเลือกวัตถุดิบ และการพัฒนาคุณภาพให้เหมาะกับการใช้งานจริง
ดูเทคนิคการใช้เครื่องกลั่นเพิ่มเติม https://chemihouse.com/special-tips-of-using-optidist/
ประโยชน์ของเครื่อง Atmospheric Distillation
ช่วยประเมินคุณภาพของเชื้อเพลิงและสารเคมี
ค่าช่วงจุดเดือดที่ได้จากการทดสอบช่วยให้ทราบว่าตัวอย่างมีองค์ประกอบเบา กลาง หรือหนักมากน้อยเพียงใด ซึ่งข้อมูลเหล่านี้สัมพันธ์กับคุณภาพและการใช้งานจริงโดยตรง
ตัวอย่างเช่น เชื้อเพลิงที่มีองค์ประกอบเบามากอาจระเหยง่ายและจุดติดได้เร็ว ส่วนตัวอย่างที่มีองค์ประกอบหนักมากอาจระเหยช้าหรือมีสารตกค้างมากขึ้น การทดสอบจึงช่วยให้ประเมินได้ว่าตัวอย่างมีคุณสมบัติเหมาะสมกับการใช้งานหรือเป็นไปตามมาตรฐานที่กำหนดหรือไม่
ช่วยควบคุมความสม่ำเสมอของการผลิต
ในโรงงานผลิตหรือห้องปฏิบัติการควบคุมคุณภาพ สามารถใช้ผลทดสอบ Atmospheric Distillation เปรียบเทียบคุณภาพของตัวอย่างในแต่ละล็อตได้ หากค่า Distillation Curve ของแต่ละล็อตมีลักษณะใกล้เคียงกัน แสดงว่ากระบวนการผลิตมีความสม่ำเสมอในระดับที่ควบคุมได้
แต่หากกราฟการกลั่นเปลี่ยนไปจากค่าปกติ อาจสะท้อนถึงการเปลี่ยนแปลงของวัตถุดิบ สูตรการผลิต หรือเงื่อนไขในกระบวนการผลิต ข้อมูลนี้จึงช่วยให้โรงงานตรวจพบความผิดปกติได้เร็ว และปรับปรุงกระบวนการได้ก่อนเกิดปัญหากับผลิตภัณฑ์ปลายทาง
ช่วยตรวจสอบความผิดปกติของตัวอย่าง
ผลการทดสอบยังช่วยบ่งชี้ความผิดปกติของตัวอย่างได้ เช่น มีสารเบามากผิดปกติ มีสารหนักตกค้างมากเกินไป หรือมีช่วงการเดือดกว้างกว่าที่ควรเป็น ซึ่งอาจเป็นสัญญาณของการปนเปื้อน การผสมผิดสูตร หรือวัตถุดิบที่มีคุณภาพไม่ตรงตามสเปก
การตรวจสอบข้อมูลเหล่านี้ช่วยลดความเสี่ยงในการนำตัวอย่างที่ไม่ได้มาตรฐานไปใช้งานจริง และช่วยให้การตัดสินใจด้านคุณภาพมีหลักฐานจากผลทดสอบที่ชัดเจนมากขึ้น
ช่วยรองรับมาตรฐานการทดสอบในอุตสาหกรรม
การทดสอบ Atmospheric Distillation มักเชื่อมโยงกับมาตรฐานสากล เช่น ASTM หรือ ISO ซึ่งกำหนดแนวทางการทดสอบ วิธีการควบคุมเงื่อนไข และการรายงานผลอย่างเป็นระบบ ทำให้ผลทดสอบมีความน่าเชื่อถือและสามารถเปรียบเทียบกันได้
เมื่อผลการทดสอบอ้างอิงตามมาตรฐานที่ยอมรับในอุตสาหกรรม ผู้ผลิตจึงสามารถใช้ข้อมูลนี้สื่อสารกับลูกค้า ซัพพลายเออร์ หรือหน่วยงานตรวจสอบได้ชัดเจนขึ้น ทั้งในด้านการรับรองคุณภาพ การตรวจรับวัตถุดิบ และการยืนยันว่าผลิตภัณฑ์เป็นไปตามข้อกำหนดที่เกี่ยวข้อง
ช่วยลดความเสี่ยงด้านต้นทุนและการเคลมสินค้า
การตรวจคุณภาพด้วยเครื่อง Atmospheric Distillation ก่อนนำวัตถุดิบไปใช้หรือก่อนส่งมอบสินค้า ช่วยลดความเสี่ยงจากผลิตภัณฑ์ที่ไม่ผ่านสเปกได้อย่างมาก เพราะสามารถตรวจพบความผิดปกติของตัวอย่างได้ตั้งแต่ระยะเริ่มต้น
เมื่อควบคุมคุณภาพได้ดีขึ้น ก็ช่วยลดโอกาสเกิดของเสีย การผลิตซ้ำ การส่งสินค้าที่ไม่ตรงมาตรฐาน และปัญหาการร้องเรียนหรือเคลมจากลูกค้า ส่งผลให้โรงงานบริหารต้นทุนได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น และสร้างความมั่นใจให้กับทั้งผู้ผลิตและผู้ใช้งานปลายทาง
Atmospheric Distillation สำคัญต่ออุตสาหกรรมปิโตรเคมีอย่างไร
Atmospheric Distillation เป็นกระบวนการสำคัญในอุตสาหกรรมปิโตรเลียม ใช้แยกของเหลวตามช่วงจุดเดือด เพื่อนำไปควบคุมคุณภาพ วางแผนการผลิต และประเมินวัตถุดิบได้อย่างมีประสิทธิภาพ
เป็นพื้นฐานของการแยกส่วนปิโตรเลียม
การกลั่นที่ความดันบรรยากาศช่วยแยกน้ำมันดิบตามช่วงจุดเดือด โดยสารเบาจะระเหยก่อน ส่วนสารหนักจะออกช่วงท้ายหรือเหลือเป็นตกค้าง ทำให้ได้กลุ่มผลิตภัณฑ์ เช่น สารเบา น้ำมันก๊าด ดีเซล และส่วนตกค้าง เพื่อนำไปใช้หรือแปรรูปต่อ
ใช้ประเมินพฤติกรรมการระเหยของผลิตภัณฑ์
การระเหยมีผลต่อการใช้งาน เช่น การเผาไหม้ ความปลอดภัย และการเก็บรักษา หากมีสารเบามากจะระเหยง่าย แต่ถ้ามีสารหนักมากจะเผาไหม้ไม่สมบูรณ์ การทดสอบนี้ช่วยให้ประเมินความเหมาะสมของผลิตภัณฑ์ได้แม่นยำขึ้น
เป็นข้อมูลประกอบการออกแบบและปรับปรุงกระบวนการ
ข้อมูลช่วงจุดเดือดช่วยให้เข้าใจสัดส่วนของสารเบา กลาง และหนัก เพื่อนำไปปรับกระบวนการผลิตและควบคุมคุณภาพ หากค่าการกลั่นเปลี่ยน อาจบ่งชี้ปัญหาในวัตถุดิบหรือกระบวนการ ทำให้สามารถปรับปรุงได้ตรงจุด
ใช้ประเมินพฤติกรรมการระเหยของผลิตภัณฑ์
พฤติกรรมการระเหยมีผลต่อการใช้งานจริง เช่น การเผาไหม้ การเก็บรักษา และความปลอดภัย หากระเหยง่ายเกินไปอาจเสี่ยงต่อการสูญเสียและอันตราย แต่หากหนักเกินไปอาจเผาไหม้ไม่สมบูรณ์ การทดสอบ Atmospheric Distillation ช่วยบอกช่วงอุณหภูมิการระเหยและสัดส่วนองค์ประกอบ ทำให้ประเมินคุณภาพและความเหมาะสมของผลิตภัณฑ์ได้แม่นยำขึ้น
เป็นข้อมูลประกอบการออกแบบและปรับปรุงกระบวนการ
ข้อมูลจุดเดือดช่วยให้เข้าใจองค์ประกอบของวัตถุดิบหรือผลิตภัณฑ์ เช่น สัดส่วนสารเบา กลาง และหนักสามารถนำไปใช้ปรับกระบวนการผลิต ควบคุมคุณภาพ และตรวจสอบความเปลี่ยนแปลงได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ข้อจำกัดของ Atmospheric Distillation
แม้ Atmospheric Distillation จะเป็นวิธีทดสอบที่ใช้กันแพร่หลายในงานวิเคราะห์ของเหลวและผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียม แต่ก็มีข้อจำกัดที่ควรพิจารณา เพื่อเลือกวิธีทดสอบให้เหมาะกับชนิดของตัวอย่างและลดความคลาดเคลื่อนของผลลัพธ์
ไม่เหมาะกับสารที่สลายตัวง่ายเมื่อโดนความร้อน
สารบางชนิดอาจเปลี่ยนสภาพหรือสลายตัวก่อนถึงจุดเดือด หากนำมาทดสอบด้วยการกลั่นที่ความดันบรรยากาศ อาจทำให้ผลที่ได้ไม่สะท้อนคุณสมบัติจริงของตัวอย่าง
ในกรณีนี้ ควรเลือกวิธีทดสอบที่ใช้ความร้อนต่ำกว่า หรือเหมาะกับสารที่ไวต่ออุณหภูมิมากกว่า เพื่อป้องกันการเปลี่ยนแปลงของตัวอย่างระหว่างการทดสอบ
ไม่เหมาะกับสารที่มีจุดเดือดสูงมาก
ตัวอย่างที่มีจุดเดือดสูงมากอาจต้องใช้อุณหภูมิสูงในการกลั่น ซึ่งเพิ่มความเสี่ยงด้านความปลอดภัย และอาจทำให้ตัวอย่างเกิดการเปลี่ยนแปลงทางเคมีได้
สำหรับตัวอย่างประเภทนี้ อาจต้องใช้วิธี Vacuum Distillation แทน เพราะการลดความดันช่วยให้สารเดือดที่อุณหภูมิต่ำลง จึงลดความเสี่ยงจากความร้อนสูงและช่วยรักษาสภาพของตัวอย่างได้ดีกว่า
ผลทดสอบขึ้นอยู่กับการควบคุมสภาวะ
ความแม่นยำของผลทดสอบขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย เช่น การควบคุมความร้อน ประสิทธิภาพการควบแน่น การอ่านปริมาตร ตำแหน่งเซนเซอร์ และการเตรียมตัวอย่างก่อนทดสอบ
หากควบคุมสภาวะเหล่านี้ไม่เหมาะสม อาจทำให้ค่าอุณหภูมิ ปริมาตรส่วนกลั่น หรือ Distillation Curve คลาดเคลื่อนได้ ดังนั้นจึงควรใช้เครื่องมือที่ได้มาตรฐาน และปฏิบัติตามวิธีทดสอบอย่างถูกต้องทุกขั้นตอน
อ่านเพิ่มเติม: การบำรุงรักษาเครื่องกลั่น Optidist (Distillation Basic Maintenance)
สรุป
Atmospheric Distillation เป็นเครื่องมือสำคัญสำหรับการวิเคราะห์ช่วงจุดเดือดและพฤติกรรมการระเหยของของเหลว โดยเฉพาะในงานเชื้อเพลิง ผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียม ตัวทำละลาย และสารเคมีอุตสาหกรรม
ผลทดสอบช่วยให้เข้าใจคุณภาพของตัวอย่าง ควบคุมความสม่ำเสมอของการผลิต ตรวจสอบความผิดปกติ และใช้ประกอบการทำงานตามมาตรฐานอุตสาหกรรมได้อย่างเป็นระบบ เมื่อเลือกเครื่องมือและควบคุมสภาวะการทดสอบได้เหมาะสม ก็จะช่วยให้การวิเคราะห์มีความแม่นยำ น่าเชื่อถือ และนำไปใช้ตัดสินใจด้านคุณภาพได้ดียิ่งขึ้น
Chemical House & Lab Instrument Co., Ltd. บริษัทผู้เชี่ยวชาญด้านเครื่องมือวัดอุตสาหกรรมที่เข้าใจความต้องการเฉพาะของแต่ละภาคการผลิต เราพัฒนาและจัดจำหน่ายเครื่องมือวัดครบวงจร ตั้งแต่เกจวัดมาตรฐานไปจนถึงระบบดิจิทัลขั้นสูง ที่สามารถเชื่อมต่อกับระบบของท่านได้อย่างราบรื่น เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานและลดความสูญเสียในกระบวนการผลิต
นอกจากนี้ เรายังให้บริการหลังการขายอย่างครบวงจร ทั้งการบำรุงรักษา การสอบเทียบ และการซ่อมบำรุงโดยทีมงานมืออาชีพ เพื่อให้มั่นใจว่าเครื่องมือของท่านจะทำงานได้อย่างต่อเนื่องและมีประสิทธิภาพสูงสุด เพราะความแม่นยำคือรากฐานของความสำเร็จในทุกอุตสาหกรรม
ติดต่อสอบถามหรือขอใบเสนอราคาได้ที่
บริษัท เคมีเคิลเฮ้าส์ แอนด์ แล็บอินสทรูเม้นท์ จำกัด
Chemical House & Lab Instrument Co., Ltd.
โทร: (662) 184-4000 | Call Center: +66 (0)88 088 4399
ตัวแทนจำหน่ายเครื่องทดสอบ
Website: Chemical House & Lab Instrument Co., Ltd.
E-mail: ptsales@chemihouse.com หรือ info@chemihouse.com
Facebook : ch.chemicalhouse
| Line OA จาก QR Code ด้านล่าง


